อั้ม พิงค์กี้

ฝืนไปเหนื่อยเปล่า “อั้ม” ปัดมีคนใหม่ (สยามดารา)

ที่สุดมนต์รักข้ามวิกก็ถึงจุดพีกตามที่หลายคนคาดเดากันจริงๆ ระหว่าง ”อั้ม” อธิชาติ ชุมนานนท์ กับ ”พิงค์กี้” สาวิกา ไชยเดช นางเอกสาววิก 7 สี ซึ่งออกมาเปิดเผยก่อนหน้านั้นแล้วว่าห่างจากอั้มมาระยะหนึ่งแล้ว และประกาศตัวชัดเจนว่าโสด แถมยังบอกอีกว่าหัวใจที่พระเอกหนุ่มกุมเอาไว้เต็มดวงเวลานี้มีพื้นที่มากพอ ที่จะให้คนอื่นเข้ามาจับจอง

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวมีโอกาสเจอพระเอกหนุ่มในงานประกวดดัชชี่บอย แอนด์ เกิร์ล 2009 รอบรองชนะเลิศ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา พระราม 2 เลยไม่พลาดที่จะสอบถามเรื่องราวดังกล่าว ถึง สาเหตุความสัมพันธ์รักเป็นอันต้องหยุดแต่เพียงเท่านี้ ซึ่งอั้มเปิดใจเป็นครั้งแรก ออกมายอมรับว่าห่างกันจริงเกือบเดือนแล้ว สาเหตุนั้นเจ้าตัวบอกว่าเป็นเรื่องของคนสองคน พยายามทำความเข้าใจหลายๆ ครั้งแล้วรู้สึกว่าถ้าเกิดฝืนกันไปก็จะเหนื่อยเปล่าๆ

มีข่าวว่าอั้มกับพิงค์กี้เลิกกันแล้วจริงไหม?

อั้ม : เค้าเรียกว่ามีเวลาให้ได้คิด ได้ทำอะไร ได้ไตร่ตรองเรื่องราวต่างๆ ให้มันชัดเจนมากขึ้นดีกว่า

ห่างกันนานยัง?

อั้ม : ก็เกือบเดือนแล้วครับ

สาเหตุของการห่างกัน?

อั้ม : ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องของคนสองคน เราก็พยายามทำความเข้าใจ มันเป็นเรื่องของความเข้าใจกัน แล้วก็บางทีบางอย่างมันอาจจะทำเต็มที่แล้ว เราอาจจะมีเวลาคิด มีเวลาได้หยุดพัก ถอยคนละก้าว

เห็นบอกว่าอั้มเป็นคนบอกเลิกก่อน?

อั้ม : เออ! เอาไว้ผมได้คุย แล้วผมได้สรุปพูดอีกทีหนึ่งค่อยบอกดีกว่า คือตอนนี้เป็นอิสระที่น้องเค้าจะทำอะไรของเค้า ผมก็เป็นอิสระของผมที่ผมจะทำอะไร

เรียกว่าตอนนี้ห่างกันยังไม่เลิกใช่ไหม?

อั้ม : อย่าเพิ่งใช้คำนั้นเลยครับ ค่อยๆ ให้เวลาคิด ให้มีเวลาถอยกันออกมา แล้วก็มีอิสระที่จะทำอะไรของตัวเองดีกว่าครับ

เรียกได้ว่าช่วงนี้งอนๆ กันอยู่?

อั้ม : มันก็เป็นเรื่องของคนสองคนที่จะโกรธ มีงอนอะไรกันอยู่แล้วครับ

อั้มเป็นคนงอนพิงค์กี้ก่อน?

อั้ม : ผมจะไปงอนเค้าทำไมล่ะครับ ผู้หญิงสิเป็นเรื่องปกติ ผู้ชายจะไปงอนทำไม ก็คือพยายามปรับกัน พยายามจูนกันแล้ว ไม่ได้เรียกว่างอนกันหรอก บางทีถ้าเกิดมันจูนหรือปรับกันมันยังไม่เข้าที่เข้าทางกันอ่ะ มันก็จะเป็นอีกแบบ

เรียกได้ว่าถึงทางตันหรือเปล่ากับการคบหาระหว่างอั้มกับพิงค์กี้?

อั้ม : ทางตันเลยหรอ ทางแยกได้ไหม (หัวเราะ) ทางตันแล้วจะเดินทางไหนล่ะ เดี๋ยวถ้าผมมีอะไรที่ชัดเจนจะตอบอีกครั้งหนึ่งล่ะกัน เพราะว่าตอนนี้ก็ได้มีเวลาคิดเป็นของตัวเองน้องเค้ามีงานอะไรหลายๆ อย่าง ผมก็มีงานอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งก็จะต้องทำ แล้วมีเวลาได้ใช้ชีวิตแบบอิสระของตัวเอง

อั้มได้คุยกันกับพิงค์กี้อยู่หรือเปล่า?

อั้ม : ก็คุยกันปกติ เขาไม่ได้โกรธ ไม่ได้ทะเลาะ ไม่ได้เกลียด ไม่ได้อะไร แล้วก็ยังรู้สึกดีๆ ต่อกัน

ได้ข่าวว่าอั้มมีคนใหม่ก่อน?

อั้ม : ไม่ได้เกี่ยวกับมีคนใหม่เลย มันเป็นเรื่องของคนสองคน ไม่ได้เกี่ยวกับใครเลย พยายามทำความเข้าใจหลายๆ ครั้ง แล้วรู้สึกว่าถ้าเกิดว่าฝืนกันไปก็จะเหนื่อยกันเปล่าๆ

มีข่าวเม้าท์มาว่าแม่พิงค์กี้ไม่ปลื้ม?

อั้ม : อันนี้คือไม่ทราบเลย เพราะด้วยความเคารพ แล้วก็นับถือคุณแม่และทั้งครอบครัวของน้องเค้าเอง พ่อแล้วก็คุณแม่เองก็ไม่ได้อะไร บางทีอาจจะด้วยความรักลูกสาว ต้องเข้าใจ คุณแม่ก็ต้องหวงเป็นธรรมดาอยู่แล้ว

เรียกว่าสาเหตุที่คุณแม่ไม่ปลื้ม เป็นเพราะอั้มไม่เสมอต้นเสมอปลายเหมือนเมื่อก่อน ที่บอกว่าไปรับไปส่งเอาอกเอาใจ?

อั้ม : ช่วงเวลามันก็ต้องมีระยะของการปรับความเข้าใจกับการปรับการเข้าหากันอยู่ แล้วผมว่าความสัมพันธ์มันมีหลายๆ อย่างประกอบกัน ไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่ง มีทั้งความรักความเข้าใจซึ่งกันและกัน

จะมีโอกาสกลับไปเหมือนเดิมไหม?

อั้ม : ตอนนี้เรายังคงเป็นเพื่อนกัน เรียกว่าถอยคนละก้าวดีกว่า เดี๋ยวผมตอบได้ เดี๋ยวผมจะตอบ

รักครั้งนี้หมดโปรโมชั่นหรือเปล่า?

อั้ม : ผมไม่ได้ขายโทรศัพท์ (แซว) ผมถือว่าน้องเค้าก็ทำเต็มที่ดีที่สุดของเค้า ผมก็ทำเต็มที่ในส่วนของผม ซึ่งก็ทำดีที่สุดแล้ว ผมเชื่อว่าน้องเค้าก็ทำดีที่สุดเหมือนกัน ส่วนเรื่องราวมันจะเป็นยังไงหรืออะไร อย่างน้อยเราไม่ได้โกรธแค้นกัน เราไม่ได้ทำให้แต่ละฝ่ายรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจ หรืออะไรกัน มันก็ดีอ่ะครับ

อั้มจะมีโอกาสเปิดให้สาวคนอื่นเข้ามาไหม?

อั้ม : มันก็เป็นเรื่องของอนาคตครับ ถ้าเกิดว่าใจมันต้องการใคร หรือว่าใครซึ่งสามารถเข้าใจกัน มันก็ต้องมี เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ณ ตอนนี้สิ่งที่เราหยุด เราเป็นแบบนี้ ถ้าเกิดว่ามันเกิดจากคนสองคนเลยซึ่งคุยกันไม่รู้เรื่อง มันต้องเกิดความเข้าใจกันก่อน แล้วก็จะต้องมีใครเข้ามาทำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นอะไรที่ไม่ดีต่อกัน

ข่าวที่เม้าท์มาว่าอั้มมีคนอื่นแล้วจะเปิดตัวเลย ถ้าเกิดบอกว่าเลิกกับพิงค์กี้เด็ดขาดแน่นอน?

อั้ม : คือทุกคนที่ผมรู้จักตอนนี้คงเป็นเพื่อนแล้วก็เป็นกำลังใจที่ดีต่อกัน หลายๆ อย่าง แต่ว่าคือไม่ได้เกิดขึ้นจากใครภายนอกแน่ๆ ผมเชื่อว่าเป็นเรื่องของภายในเท่านั้น ถ้าเกิดจากภายนอกคงทำอะไรไม่ได้ มันก็คือเป็นอิสระสำหรับผม สำหรับน้องที่จะทำอะไรแล้วก็ไม่ได้ทำร้ายกัน ไม่ได้อะไรทำผิดต่อกัน

วันเกิดน้องพิงค์กี้ที่ผ่านมามีของขวัญให้ไหม?

อั้ม : ของขวัญก็ตั้งใจไว้ครับว่าเป็นวันเกิดของน้องเค้าผมก็ส่งเมสเซสไป ก็คืออยากให้มีความสุข

เหมือนอั้มกับพิงค์กี้คบกันสร้างภาพแล้วก็ถึงจุดอิ่มตัว?

อั้ม : อันนั้นเป็นสิ่งที่คนเค้ามอง ซึ่งผมก็บอกตั้งแต่แรก ทุกอย่างมันอยู่ในวงการมายาก็จริงผมทำทุกอย่างด้วยความรู้สึก เราเข้าใจ ผมว่ามันไม่สามารถทำให้คนเราสร้างความรู้สึกเพื่อที่จะให้ได้ผลแบบนั้น มันไม่ใช่ ผมว่าน้องเค้าก็ทำทุกอย่างจากความรู้สึกเหมือนกัน

สัมภาษณ์พิงค์กี้วันก่อนน้องยังบอกว่าเหมือนเดิม อั้มอาจจะมีเปลี่ยนไปเล็กน้อย?

อั้ม : ผมบอกแล้วว่ามันเป็นเรื่องของคนสองคน ความเข้าใจกัน ซึ่งบางทีสิ่งที่เราพูดหรืออธิบายเนี่ยคนข้างนอกอาจจะไม่เข้าใจเลยก็ว่าได้ เพราะว่าบางทีเราก็ยังไม่สามารถเคลียร์ตรงนั้นได้ มันเป็นความเข้าใจกันของคนสองคนเลย

แฟนคลับที่เค้าเป็นห่วงเราล่ะ?

อั้ม : ก็ต้องขอบคุณแฟนคลับทุกคน ทั้งของผมแล้วก็ของน้องเองที่เป็นห่วง แล้วก็เข้าใจ ผมเชื่อว่าเราพยายามทำให้มันดีที่สุดอยู่แล้ว ไม่มีใครอยากให้มันออกมาในรูปแบบที่ไม่ดีหรอก ทุกความสัมพันธ์ของการเริ่มต้นถ้าเกิดมันเหนื่อยหรือมันอะไรก็แล้วแต่ บางอย่างมันก็อาจจะถึงเวลาของมัน

แล้วของขวัญวันเกิดจะเอาไปให้น้องด้วยตัวเองเลยหรือเปล่า?

อั้ม : ก็คงให้ด้วยตัวเองเลยครับ เพราะว่าต้องรอเวลานิดหนึ่งยังไม่ได้เจอกัน

เป็นชิ้นสุดท้ายเลยหรือเปล่า?

อั้ม : เดี๋ยวตอบอีกทีได้ไหมครับ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก


วู้ดดี้ เชนไดร์ส : รายงาน


อภิชาติ หาลำเจียก

 

         เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 15 กันยายน นายอภิชาติ หาลำเจียก อายุ 54 ปี ส.ก.เขตดินแดง พรรคประชาธิปัตย์ อดีตดารานักแสดง เสียชีวิตแล้ว ที่โรงพยาบาลกลาง ด้วยอาการไตวายจากโรคมะเร็งตับ หลังจากเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกลางเป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์

         น้องน้ำฝน-น.ส.ปรียาชาติ หาลำเจียก อายุ 21 ปี นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลูกสาวคนเดียวของนายอภิชาติ เปิดเผยว่า นายอภิชาติเสียชีวิตที่โรงพยาบาลกลาง กทม. ด้วยโรคไตวายและโรคมะเร็งตับ โดยก่อนหน้านี้เป็นโรคไวรัสลงตับบี  ต้องรักษาอยู่เป็นปี นึกว่าหายขาดแล้วเลยหยุดรักษา จนกระทั่งเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา เกิดปวดท้องอย่างหนัก ครอบครัวจึงนำไปรักษาที่โรงพยาบาลกลาง และแพทย์ผู้รักษาก็เช็กผลออกมาว่าเป็นโรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย และนอนรักษาตัวอยู่เป็นเวลา 5 วัน จนกระทั่งเสียชีวิตลง โดยแพทย์ลงความเห็นว่า เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับ และมีอาการไตวายเฉียบพลัน

         "คุณพ่อเคยเป็นโรคไวรัสตับอับเสบบีมาก่อน ตอนหลังเชื้อหายไป เพิ่งจะตรวจพบเชื้ออีกครั้งเมื่อ 2-3 ปี แต่คุณพ่อเรียนมาทางเทคนิคแพทย์จึงไม่ค่อยวิตก หรือท้อแท้ พยายามดูแลร่างกาย พักผ่อนให้มากๆ อีกอย่างมันไม่มีอาการอะไรให้ปรากฏเลย จนวันหนึ่งสิ่งที่พวกเราไม่อยากประสบมันก็มาถึง" น้องน้ำฝน-ปรียาชาติ กล่าว

         นางกชวรรณ หาลำเจียก ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากนายอภิชาติ เผยว่า ขณะนี้ศพนายอภิชาติยังเก็บไว้ที่โรงพยาบาลกลาง เพราะอยู่ระหว่างการขอพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ โดยจะเคลื่อนศพออกจากโรงพยาบาลในช่วงบ่ายวันที่ 16 กันยายน และจะนำมาตั้งบำเพ็ญกุศลและรดน้ำศพ ที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน ในเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน

         สำหรับประวัติและผลงานของนายอภิชาติ หาลำเจียก เกิดเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2497 เป็นบุตร พ.ท.วิเชียร และนางยุพยงค์ หาลำเจียก มีพี่น้อง 3 คน จบการศึกษาจากโรงเรียนวัดมกุฏกษัตริย์ โรงเรียนบุตรข้าราชการกองทัพบก สุรศักดิ์มนตรี และปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระดับปริญญาโท สาขาบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจบการศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาวิชาพัฒนาและปฏิรูปองค์การจาก CEBU Doctors University ประเทศฟิลิปปินส์

         ด้านผลงานการแสดง นายอภิชาติ หาลำเจียก โด่งดังมาจากบท "หมออุทิศ" ในภาพยนตร์เรื่อง "นวลฉวี" เมื่อปี 2528 แสดงคู่กับสินจัย หงส์ไทย จากนั้นมีผลงานภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง อาทิ น้ำเซาะทราย ฉันรักผัวเขา แม่ลาวเลือด ต่อมาปี 2538 เป็นผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องศยามล

         นายอภิชาติ หันเหเข้าสู่วงการเมือง เมื่อปี 2529 สมัครเป็น ส.ส.กรุงเทพฯ สังกัดพรรคกิจสังคม แต่สอบตก ต่อมาได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.กาฬสินธุ์ 2 สมัย แต่หลังจากปี 2535 นายอภิชาติไม่ประสบความสำเร็จในการเมืองระดับชาติ จึงหันเหสู่สนามการเมืองกรุงเทพมหานคร สังกัดทีมมดงาน และได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ก.เขตจตุจักร พรรคไทยรักไทย 2 สมัย ระหว่างปี 2541-2545 และปี 2545-2549 และเป็นรองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 2 สมัย ดร.พิจิตต รัตตกุล เป็นผู้ว่าฯ กทม.ด้วย

         ต่อมาปี 2549 กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้รวมตัวขับไล่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขณะนั้นนายอภิชาติ เป็น ส.ก. ได้ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ที่บริเวณแยกมิสกวัน เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2549 ประกาศร่วมขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ก่อนย้ายสังกัดไปอยู่พรรคประชาธิปัตย์ และได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ก.เขตดินแดง เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2549 จนถึงปัจจุบัน

          ทีมงานกระปุกดอทคอม ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว "หาลำเจียก" ด้วยค่ะ และขอให้ดวงวิญญาณของคุณอภิชาติ ไปสู่สุคติๆๆ ด้วยเถิด. . . 



          อ่านข้อมูลเกี่ยวกับ โรคตับ โรคมะเร็งตับ ทั้งหมดคลิกเลยค่ะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
  
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก มติชนออนไลน์